เด็กควรออกกำลังกายมากน้อยเท่าใด

ลูก ๆ ของคุณออกกำลังกายมากพอหรือยังนะ? คุณพ่อคุณแม่หลายคนยังไม่ค่อยให้ความสนใจในเรื่องของเวลาในการออกกำลังกายในแต่ละวันเท่าที่ควร ลองอ่านคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญดูกันครับ

joker123

ตัวเลขของเวลาที่เหมาะสมในการออกกำลังกายของเด็ก ได้แก่… 60 นาที นี่เป็นเวลาที่ลูกของคุณควรใช้เวลาในการออกกำลังกายในแต่ละวัน ทำไมน่ะเหรอ? เพราะมันจะช่วยให้ลูก ๆ ของคุณมีพัฒนาการทางด้านร่างกายแข็งแรงขึ้น ทักษะการเล่นกีฬาและความแข็งแรงของร่างกายของเด็ก ๆ วัยประถมขึ้นไปลดต่ำลงจากเมื่อ 30 ปีก่อน เพราะขาดการออกกำลังกายที่เพียงพอในวัยเด็ก นี่จึงเป็นเหตุที่ทำไมการออกกำลังกายของเด็ก ๆ จึงเป็นเรื่องสำคัญมาก

ความสัมพันธ์ของทักษะการเป็นนักกีฬาและการออกกำลังกาย ไม่น่าแปลกใจเลยที่เด็กที่กระตือรือร้น ชอบวิ่งเล่นไปเรื่อย จะมีทักษะทางด้านกีฬาที่ดี ดูได้จากรายงานชิ้นนี้

จากรายงานวิจัยของรองศาสตราจารย์อิสุมิ โยชิดะ จากมหาวิทยาลัยโตเกียวกาคุเกอิ กล่าวว่า ความสะดวกสบายในสมัยใหม่นี้ทำให้ร่างกายของเด็ก ๆ มีความแข็งแรงน้อยลง ดังนั้นอย่าลืมพาลูกออกจากเก้าอี้นุ่ม ๆ แล้วออกไปเดินหรือวิ่งเล่นในทุ่งหญ้าบ้าง สนามเด็กเล่นนอกบ้านบ้าง ไม่ควรปล่อยให้เด็กอยู่ติดทีวี ไอแพด หรือสมาร์ทโฟนเด็ดขาด

สล็อต

ควรให้เด็กออกกำลังกายอย่างไร ลองดูวิธีเหล่านี้ที่จะทำให้ลูก ๆ ของคุณกระตือรือร้นและออกกำลังกายจนเหงื่อออกกันบ้างดีกว่า เพื่อที่จะทำให้การเต้นของหัวใจเขาสูงขึ้น และกระตุ้นให้พวกเขาลุกขึ้นมาทำกิจกรรมต่าง ๆ ด้วยตัวของเขาเอง

ให้เด็กๆ เล่นเกม หากลูกของคุณไม่ยอมออกไปข้างนอก หรือสุขภาพของลูกไม่ค่อยดี เป็นภูมิแพ้ต่อแสงแดดตอนกลางวันก็ไม่ต้องเป็นกังวลไปนะคะ ลองลูกเล่นเกม Wii หรือ Kinect ดูสิ มีเกมให้เลือกเล่นมากมายที่จะทำให้เขาได้ออกกำลังกายไปกับเกมจากเครื่อง Xbox หรือ Nintendo หรือจะลองเกมสำหรับครอบครัวอย่างเทนนิสก็ได้ บางทีลูกคุณอาจจะได้เรียนรู้สเต็ปการเต้นจากเกมเต้นก็เป็นได้

ต้องเป็นผู้นำ อย่าหวังว่าลูก ๆ จะลุกขึ้นมาออกกำลังกายหากพวกเขายังเห็นคุณนั่งสบายบนโซฟา ลุกขึ้นแล้วไปวิ่งจ๊อกกิ้งซะ หรือจะไปออกกำลังกายที่ฟิตเนส หรือออกไปเดินออกกำลังกายกันทั้งครอบครัวก็ได้ ทำอะไรก็ได้ที่ทำให้เหงื่อออก

สล็อตออนไลน์

ให้เข้าคลาสเรียนเป็นเรื่องเป็นราว ให้ลูกเข้าไปเรียนเต้น เรียนตีเทนนิส หรือศิลปะป้องกันตัวก็ได้ แต่อย่าลืมคอยตรวจสอบให้ลูกคุณเข้าเรียนทุกครั้งด้วยล่ะ

ยิ่งมากยิ่งดี ให้เพื่อน ๆ ของลูกมาออกกำลังกายด้วยกันสิ ยิ่งคนเยอะ ๆ ยิ่งสนุก ให้พวกเขาออกไปเล่นนอกบ้าน เล่นกิจกรรมอะไรก็ได้ตามใจชอบเลย

“การเล่นกีฬา ควรรักษาสมดุล และควบคุมให้อยู่ในปริมาณที่พอเหมาะไม่หักโหมจนเกินไป หรือเลือกชนิดกีฬาที่ไม่ได้มีความยากเกินสรีระ และร่างกายที่เด็กสามารถรับไหว เพราะหากหักโหมมากเกินไปอาจส่งผลให้เด็กอ่อนเพลีย เหนื่อยล้า หรือหากเด็กกำลังมีไข้ ไม่สบาย ไม่ควรให้เด็กออกกำลังกายหรือเล่นกีฬา เนื่องจากอาจเกิดผลเสียต่อร่างกายมากกว่าผลดี” กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและอาจารย์ประจำสถาบันแห่งชาติเพื่อพัฒนาเด็กและครอบครัวแนะ

jumboslot

นอกจากนี้ ก่อนออกกำลังกายทุกครั้ง คุณหมอเด็กท่านนี้ บอกว่า ควรวอร์มอัพ และคูลดาวน์ทุกครั้งที่เล่นกีฬา โดยการทำท่ากายบริหารที่ช่วยเตรียมร่างกายให้พร้อมก่อนและหลังการเล่นกีฬา ทั้งยังช่วยฝึกทักษะทางด้านสมองให้มีสมาธิมากยิ่งขึ้น เพิ่มการจดจำ ฝึกความทนทานและความกระตือรือร้น การวอร์มอัพ และคูลดาวน์ สามารถทำท่ากระโดดปรบมืออยู่กับที่ กระโดดสลับเท้า ก้มแตะสลับปลายเท้า จะช่วยพัฒนาสมองซีกซ้ายและซีกขวา การนั่งยองกระโดดจะช่วยเพิ่มมวลกระดูกให้แข็งแกร่งและมีผลดีต่อร่างกายในระยะยาวการ ส่วนการ Sit-Up จะช่วยพัฒนากระดูกสันหลัง และความทนทานของกล้ามเนื้อหลัง ท้อง และแขนขา

สำหรับการเลือกชนิดกีฬาตามวัย อาทิ เด็กวัย 6-10 ขวบ ควรเลือกชนิดกีฬาที่ทำให้เด็กได้ยืดหยุ่นอวัยวะของร่างกาย เช่น เต้นแอโรบิก วิ่งจอกกิ้ง วิ่งเร็ว กิจกรรมปีนป่าย บัลเล่ต์ หรือว่ายน้ำ เป็นต้น ส่วนเด็กที่เริ่มโตขึ้นในวัย 10-12 ขวบ สามารถฝึกให้เล่นกีฬาที่พัฒนาประสาทมือ แขนขา สายตา การทรงตัว การหลบหลีก และฝึกความสามัคคีในการเล่นกีฬาแบบเป็นทีมได้มากขึ้น เช่น กีฬาแชร์บอล บาสเกตบอล วอลเลย์บอล ปิงปอง ขี่จักรยาน โดยเล่นแบบไม่หักโหมเกินไปนัก

slot

“เด็กในวัยนี้ควรออกกำลังกายวันละไม่เกิน 1 ชั่วโมง และควรมีการแบ่งการออกกำลังกายออกเป็น 30 นาที พักอย่างน้อย 5 นาที เช่น ในช่วงเช้า หรือช่วงเย็นที่อากาศไม่ร้อนจนเกินไป แสงแดดไม่แรงมากนัก” กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญท่านนี้ เผย

นอกจากการส่งเสริมให้ลูกมีทักษะทางด้านกีฬาและการออกกำลังกายที่ถูกต้องแล้ว คุณแม่ยังควรให้ความสำคัญกับเสื้อผ้า รวมไปถึง “บรา” หรือชุดชั้นในสำหรับลูกสาวด้วย โดยชุดชั้นในสำหรับเด็กควรมีสมบัตินุ่มสบายด้วยเส้นใยธรรมชาติ สวมใส่สบาย ระบายอากาศได้ดี และไม่ระคายเคืองต่อผิวอันบอบบางของลูก ปัจจุบันมีลวดลายให้เลือกหลายแบบ เช่น บราตะขอหลัง บราสวมหัว เสื้อกล้ามครึ่งตัว เสื้อทับ บราฮาล์ฟสลิป เป็นต้น

Back To Top