กิจกรรมพ่อแม่ลูกเล่นอย่างสร้างสรรค์

ในสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) หรือ โรคโควิด 19 มีการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วไปยังหลายประเทศในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทย ประกอบกับกระทรวงสาธารณสุขได้ประกาศให้โรคโควิด-19 เป็นโรคติดต่อร้ายแรงตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558

joker123

เพื่อป้องกันการติดไวรัสโควิด รัฐบาลจึงสั่งปิดสถานที่ต่างๆ รวมถึงโรงเรียน ทำให้เด็กๆ ไม่สามารถไปโรงเรียนได้

การไม่สามารถไปโรงเรียนได้จึงต้องมีการเรียนผ่านออนไลน์ ที่สำคัญต้องมีกิจกรรมเล่นอย่างสร้างสรรค์ เพื่อให้เด็กๆ ได้ ‘เรียนรู้’ และ ‘เล่น’ เพื่อเป็นการส่งเสริมพัฒนาการ และถ้าทำร่วมกันทั้งครอบครัว “พ่อแม่ลูก” ก็เป็นการกระชับความรักความสัมพันธ์ให้แนบแน่น

นาตาลี ชัยวิจิตมลากูล วัย 39 ปี เจ้าของเฟซบุ๊ก Two.Little.Learners Blog คุณแม่ที่เห็นว่า ความคิดสร้างสรรค์และการดูแลตัวเองให้เป็น จะช่วยสร้างความคิด เพิ่มความมั่นใจ ตัดสินใจให้กับลูกสาวทั้ง 2 คน

นาตาลี เล่าถึงวิธีการเล่นแบบสร้างสรรค์ว่า ในช่วงนี้เด็กๆ จะมีข้อจำกัดในการที่จะออกไปนอกบ้าน อยู่บ้านนานๆ ก็จะเบื่อง่าย ต้องหาอะไรให้ทำ ดิฉันมีลูก 2 วัย คือคนโต 5 ขวบ 6 เดือน คนเล็ก อายุ 3 ขวบ จึงต้องดูกิจกรรมให้ทำได้ทั้ง 2 คน เพื่อจะให้เล่นในบ้านตลอดเวลา ยกตัวอย่างคือ

สล็อต

1.กีฬา เช่น การวิ่ง หรือ การปั่นจักรยานหลบสิ่งกีดขวางในบ้าน อาจจะมีสิ่งกีดขวางใช้ขวด กล่อง วางไว้ และทำเป็นเส้นทาง ให้เขาปั่นตาม การทำแบบนี้เราไม่จำเป็นต้องพาลูกออกไปนอกบ้าน ที่สำคัญคือฝึกสมาธิเด็ก

เกมหาของ (scavenger hunt) พ่อแม่อาจจะหากระดาษ หรือกล่องสีขาว แล้วให้สีเมจิกับลูก ให้เขาเดินไปรอบบ้านดูว่ามีดอกไม้ ต้นไม้ นก ที่อยู่ตามธรรมชาติ ให้ตรงกับสีที่เราให้เขาเป็นโจทย์ นอกจากนี้ อาจจะให้คำศัพท์ลูกๆ เช่น อักษร A, B, C หรือ ก, ข ลูกอาจจะเจอรถยนต์ คือคำว่า Car ให้เขาเขียนคำศัพท์มา หรือวาดรูปก็ได้ เป็นการฝึกให้รู้คำศัพท์ ฝึกสมาธิ ฝึกความอดทน

DIY Bowling โยนโบว์ลิ่งในบ้าน พ่อแม่หากระป๋อง ขวด หรือกล่องมาวางซ้อนๆ กัน หาลูกบอลหรือเศษกระดาษปั้นเป็นก้อนกลมๆ แล้วให้ลูกโยน หรือจะปรับเป็นห่วงก็ได้ ถ้ามีชอล์กก็จะวาดวงกลมบนพื้น แล้ววางขวดให้ลูกโยน แล้วให้คะแนนลูก

4.ศิลปะ ถ้าไม่ห่วงเรื่องบ้านเลอะ อาจจะใช้สีชอล์กที่ล้างน้ำออก ให้ลูกวาดพนังในบ้านหรือกระจก หรือนำกระดาษไปให้ลูกวาดนอกบ้าน โดยไม่มีโจทย์ หรือจะสอนการเขียนภาษาอังกฤษ หรือโจทย์เลขก็ได้

สล็อตออนไลน์

5.พ่นสีนอกบ้าน บ้านไหนมีกระจกจำลอง ก็นำมาให้ลูกๆ พ่นสีเล่นได้ โดยนำสีชอล์กใส่ฟอกกี้ หรือสีโปสเตอร์ละลายน้ำให้จางๆ แล้วนำไปใส่ขวดให้ลูกพ่นสีเป็นรูปตามจินตนาการ ลูกจะชอบสีรุ้ง และชอบหัวใจ แนะนำว่าให้วาดรูปหัวใจก่อน ขั้นต่อไปจึงนำสีไประบายที่หัวใจ ให้ลูกๆ รู้ถึงวิธีการวางแผน เด็กๆจะรู้สึกภูมิใจที่ทำอะไรสำเร็จด้วยตัวเอง

“การสอนลูกด้วยวิธีการเลี้ยงแบบสร้างสรรค์สามารถช่วยให้ลูกๆมีความมั่นใจในตัวเอง จากการเล่นอย่างอิสระ ค้นพบว่าเขาสามารถทำอีกหลายสิ่งได้ด้วยตัวเอง พอเขามีความมั่นใจแล้ว เขาจะเปิดโอกาสให้ตัวเองเรียนรู้สิ่งใหม่ที่เป็นประโยชน์”

นาตาลี แนะนำการดูแลลูกช่วงโควิดว่า “นอกจากการเรียนออนไลน์แล้ว บางครั้งต้องให้ลูกมีช่วงพักจากการเรียน ให้เขากลับไปทำกิจกรรมในวันปกติ ไม่เครียดจนเกินไป เพราะเวลาเรียนนานๆ ลูกจะรู้สึกเหนื่อย แต่พอไปทำกิจกรรมหรือเรียนรู้นอกบ้านเด็กจะมีความสุขมากกว่า

“พอเขาอารมณ์ดีแล้ว เราค่อยๆ ดึงเขากลับมาทำการบ้านหรือเรียนตามตารางที่ครูให้มา พ่อแม่อาจจะต้องคิดบวก พยายามดูแลสุขภาพลูกๆ หากิจกรรมในบ้านให้เขาทำ เด็กๆ แค่มีกระดาษ มีสี มีหนังสือ หรือมีอะไรที่ชอบ เขาก็จะอยู่กับเขาได้” นาตาลี ทิ้งท้าย

jumboslot

เล่นอย่างสร้างสรรค์ แม้จะเป็นกิจกรรมเด็กๆ แต่ประโยชน์ไม่เด็กอย่างที่คิด

แม้ธรรมชาติของเด็กจะชอบเล่น แต่จากการสำรวจพบว่า เด็กรุ่นใหม่กำลังขาดกิจกรรมทางกายอย่างน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะในเขตเมือง ปัจจุบันเด็กไทยใช้เวลาอยู่หน้าจอ เฉลี่ยวันละ 3.1 ชั่วโมง/วัน แถมยังมีภาวะเฉื่อยและเนือยนิ่งมากขึ้น (Sedentary) ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ และขาดทักษะในการเข้าสังคม โดยผลสำรวจการมีกิจกรรมทางกายระดับประเทศ โดยสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ เปรียบเทียบปี พ.ศ.2555 และ 2557 พบว่า กลุ่มเด็กไทยมีกิจกรรมทางกายลดลงจากร้อยละ 67.6 ในปี 2555 เป็นร้อยละ 63.2 ในปี 2557

slot

เมื่อศึกษาในรายละเอียดจะพบว่า กลุ่มวัยรุ่น (ร้อยละ45) และกลุ่มเด็ก (ร้อยละ 36) มีพฤติกรรมอยู่หน้าจอ (Screen Time) มากกว่ากลุ่มอื่น ๆ อย่างเห็นได้ชัด โดยร้อยละ 44.9ของกลุ่มเด็กและเยาวชนใช้เวลาอยู่หน้าจอนานกว่า 1 ชั่วโมงต่อวัน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของสัดส่วนผู้ที่มีภาวะอ้วนและอ้วนลงพุง ในระยะเวลา 2 ทศวรรษที่ผ่านมา คนไทยมีภาวะน้ำหนักเกินเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า และภาวะอ้วนเพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กวัยเรียน

Back To Top