แนะนำกิจกรรมที่เสริมสร้างจินตนาการ

พัฒนาการของเด็กแต่ละช่วงวัยจะมีความแตกต่างกัน ดังนั้นผู้ปกครองควรใส่ใจ ในการเสริมสร้าง ทักษะ ประสบการณ์ที่เหมาะสมตามวัย เพื่อให้เด็กๆได้เรียนรู้ เป็นการวางรากฐานชีวิตที่จะส่งผลต่อความเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกาย สติปัญญา

joker123

โดยเด็กช่วง 1-3 ปี เด็กน้อยวัย 1 ปีเริ่มเดินได้แล้ว จึงควรให้เด็กได้เล่นหรือทำกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อพัฒนากล้ามเนื้อ การอ่านนิทานให้ฟังบ่อย ๆ จะช่วยเสริมสร้างความผูกพัน ทักษะภาษา และพัฒนาการทางอารมณ์

เด็กน้อยวัย 3-5 ปี จะชอบ เล่นระบายสี ฟังนิทาน ฟังเพลง ร้องเพลง วิ่งเล่น กระโดดโลดเต้น ปีนป่ายเครื่องเล่นในสนาม พอช่วง 5-8 ปี จะชอบเล่นกันเป็นกลุ่ม พอโตประมาณ 12 ปีขึ้นไป ทักษะ การเรียนรู้ต่างๆที่ผู้ปกครอง ฝึกฝนจะเริ่มปรากฎผลชัดเจน ถ้าปล่อยให้เล่นกลางแจ้ง เล่นกีฬาก็จะชอบกีฬา หรือถ้าปล่อยให้ดูทีวี ชมละคร ฟังเพลงเป็นประจำครั้งละนานๆ ก็อาจจะกลายเป็นคนชอบการแสดง ชอบร้องรำ ทำเพลง หากผู้ปกครอง หมั่นสังเกตพฤติกรรม พัฒนาการของเด็กๆ ลูกๆในช่วงปฐมวัย แล้วสามารถค้นพบจุดเด่นได้ มีการส่งเสริมอย่างต่อเนื่อง จะกลายเป็นการเพิ่มพูนทักษะ อาจสะท้อนผ่านกิจกรรมด้านศิลปะ ซึ่งมีทั้งดนตรี การวาดภาพ จะเป็นการเสริมสร้างจินตนาการได้อย่างดี

สล็อต

กิจกรรมด้านศิลปะนั้น ต้องพิจารณษความเหมาะสมด้วยว่า เด็กมีความชื่นชอบด้านใด ไม่ว่าจะเป็นการวาดภาพ ระบายสี โดยการปล่อยให้เด็กๆได้ขีดเขียน ระบายไปตามความตั้งใจ ไม่ต้องไปบีบบังคับ สร้างกรอบของการวาดภาพ ระบายสี รวมถึงกิจกรรมด้านดนตรี ทั้งการฝึกฝนเครื่องเล่น ประเภทต่างๆที่เหมาะสม และโอกาสที่จะได้รับในเส้นทางชีวิต

ศิลปะนั้น ได้รับการยอมรับว่า เป็นองค์ประกอบที่เสริมสร้างจินตาการของเด็กได้เป็นอย่างดี สามารถเรียนรู้พัฒนาการตามช่วงวัยได้ โดยทางการแพทย์ มีศาสตร์ด้านศิลปะบำบัด ด้านอารมณ์ เพื่อพัฒนา ปรับเปลี่ยนบุคลิกภาพ เช่น ลดความกร้าวร้าว การมีสมาธิที่ดีขึ้น เป็นต้น

อย่างไรก็ตามกิจกรรมศิลปะที่ผู็ปกครอง เปิดโอกาสให้เด็กๆได้ร่วมนั้น หากเป็นศลปะที่เกี่ยวข้องกับวัตถุ ที่อาจส่งผล เป็นอันตรายต่อ เด็ก เช่นการปั้น การขีดเขียน วาดภาพจากดินสอ ประเภทต่างๆที่อาจมีกลิ่นหอม บางทีเด็กๆอาจขบเคี้ยว หยิบเข้าปาก ต้องระมัดระวัง ดูแลใกล้ชิด

สล็อตออนไลน์

นอกจากนั้น ศิลปะ ในด้านดนตรี หากอุปกรณ์ใด ที่ต้องใช้พลังงานขับเคลื่อน ประเภท อุปกรณ์ไฟฟ้า ไม่ว่าจะออร์แกนไฟฟ้า เครื่องดีด สี ตี ด้วยระบบไฟฟ้าต้องระวังความปลอดภัย ในการละเล่น ฝึกฝน หากเป็นเด็กเล็ก ที่ยังไม่เป็นเด็กโต มีความรู้ ความเข้าใจ อันตรายที่จะเกิดจากความบกพร่องของอุปกรณ์

อย่าลืมว่า ศิลปะ ไม่ว่าจะ เลือกร่วม ในรูปแบบใด ล้วนเป็นสิ่งที่ดี ช่วยสร้างสรรค์ จินตนาการได้ทั้งนั้น หากรู้จักเลือกที่จะส่งเสริม สนับสนุน ให้เด็กๆ เข้าร่วมตามความชื่นชอบ โดยไม่บีบบังคับ และไม่ด่วนสรุปว่า สิ่งที่เด็กๆเล่นอย่างสนุกสนาน หมกมุ่น คือ ความชื่นชอบ ที่ครอบครัวต้องวางรากฐาน และสรุปว่าเหมาะสมที่สุดแล้ว ที่จะให้เด็กก้าวต่อไปในเส้นทางชีวิต ทั้งการเรียนนาฏศิลป์ ศิลปะ แต่ต้องเข้าใจบริบทสังคม พื้นฐาน ความรู้ สติปัญญา วุฒิภาวะและความต้องการของเด็กๆในอนาคตด้วย

jumboslot

Active Play คือกิจกรรมการเล่นใดๆ ที่เด็กเป็นผู้ร่วมเล่นด้วยตนเอง ทำให้เด็กได้รับความสนุกสนาน เป็นการเล่นที่ไม่มีการกำหนดรูปแบบกติกาที่เป็นทางการ (Unorganized/ Unstructured) และอยู่นอกเหนือชั่วโมงพลศึกษา ทั้งยังหมายถึงการละเล่นพื้นบ้าน เช่น วิ่งเปี้ยว ม้าเขย่ง ม้าก้านกล้วย ได้ด้วย อาจฟังดูเป็นนิยามใหม่ ทว่าที่จริงเป็นพฤติกรรมโดยธรรมชาติของเด็กอยู่แล้วที่ชอบเล่น

การออกมาเล่น เกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางกาย (Physical Activities หรือ PA) อันหมายถึง การเคลื่อนไหวโดยใช้กล้ามเนื้อโครงสร้างและทำให้มีการใช้พลังงานของร่างกาย สามารถแบ่งได้ 3 ระดับ

ระดับเบา : คือระดับที่มีการเคลื่อนไหวน้อยมาก เช่น การยืน การนั่ง

ระดับปานกลาง : คือการเคลื่อนไหวออกแรงที่ใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ มีความหนักและเหนื่อยในระดับเดียวกับการเดินเร็ว ขี่จักรยาน การทำงานบ้าน ชีพจรเต้น 120-150 ครั้ง ระหว่างที่เล่นยังสามารถพูดเป็นประโยคได้ และมีเหงื่อซึมๆ

ระดับหนัก : คือการเคลื่อนไหวร่างกายที่มีการทำซ้ำและต่อเนื่อง โดยใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ เช่น การวิ่ง เดินขึ้นบันได การออกกำลัง มีระดับชีพจร 150 ครั้งขึ้นไป จนทำให้หอบเหนื่อย และพูดเป็นประโยคไม่ได้

slot

การออกมาเล่น Active Play ที่ถือว่าได้ประโยชน์สูงและส่งผลดีต่อสุขภาพ คือการมีกิจกรรมทางกายในระดับปานกลาง-หนัก

ทำไมต้องชวนเด็กออกมาเล่น Active Play

แม้ธรรมชาติของเด็กจะชอบเล่น แต่จากการสำรวจพบว่า เด็กรุ่นใหม่กำลังขาดกิจกรรมทางกายอย่างน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะในเขตเมือง ปัจจุบันเด็กไทยใช้เวลาอยู่หน้าจอ เฉลี่ยวันละ 3.1 ชั่วโมง/วัน แถมยังมีภาวะเฉื่อยและเนือยนิ่งมากขึ้น (Sedentary) ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ และขาดทักษะในการเข้าสังคม โดยผลสำรวจการมีกิจกรรมทางกายระดับประเทศ โดยสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ เปรียบเทียบปี พ.ศ.2555 และ 2557 พบว่า กลุ่มเด็กไทยมีกิจกรรมทางกายลดลงจากร้อยละ 67.6 ในปี 2555 เป็นร้อยละ 63.2 ในปี 2557

เมื่อศึกษาในรายละเอียดจะพบว่า กลุ่มวัยรุ่น (ร้อยละ45) และกลุ่มเด็ก (ร้อยละ 36) มีพฤติกรรมอยู่หน้าจอ (Screen Time) มากกว่ากลุ่มอื่น ๆ อย่างเห็นได้ชัด โดยร้อยละ 44.9ของกลุ่มเด็กและเยาวชนใช้เวลาอยู่หน้าจอนานกว่า 1 ชั่วโมงต่อวัน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของสัดส่วนผู้ที่มีภาวะอ้วนและอ้วนลงพุง ในระยะเวลา 2 ทศวรรษที่ผ่านมา คนไทยมีภาวะน้ำหนักเกินเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า และภาวะอ้วนเพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กวัยเรียน

Back To Top